ThaiRiches.com | ส่งออก Alibaba อย่างเทพใน 15 วัน – วันที่ 10
2174
post-template-default,single,single-post,postid-2174,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
 

ส่งออก Alibaba อย่างเทพใน 15 วัน – วันที่ 10

ส่งออก Alibaba อย่างเทพใน 15 วัน – วันที่ 10

 

คงจะรอกันนาน วันนี้เป็นวันที่ 10 ถึงเวลาที่เราต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองแล้ว ถึงเวลาเอาจริง เปิดบริษัทกันเลย ยื่นไปลาออกซะ เอาให้ผู้จัดการ…งง อาจจะดูรุนแรงไปนิด แต่เชื่อมั้ยว่า มันสะใจแค่ไหนที่คุณยื่นใบลาออก แล้วบอกหัวหน้าว่าจะไปทำธุรกิจของตัวเอง ที่สำคัญมันทำให้คุณรับและส่งเงินได้ง่ายกว่า ในนามบุคคล เชื่อเถอะ…

ผมสามารถเปิดบริษัทได้ขณะที่ทำงานประจำอยู่ ผมไม่จำเป็นต้องมีเงินถุง เงินถัง แค่หลักหมื่น และหัวหน้าจะรู้ได้อย่างไรถ้าผมไม่บอก กำแพงอุปสรรคถูกทำลายด้วย วิธีการแก้ปัญหาง่าย ๆ ที่มีคนเคยผ่านมาแล้ว อ้อ…ลืมบอกไปว่า ข้อมูลทั้งหมดหาได้จากกระทู้ใน Pantip.com นะครับ สำหรับการเปิดบริษัทนั้น ผมได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้กับสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัท

หลาย ๆ คนก็คิดอยากจะเปิดบริษัทเหมือนกับผมบ้าง แต่ก็ไม่รู้ขั้นตอนของกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ เลยว่าจะต้องทำไรบ้าง ? เพราะขั้นตอนมันยุ่งยากมาก ในสายตาพนักงานตาดำ ๆ อย่างเรา ผมเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัท คุณก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากต้องการจะจัดตั้งเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายคุณก็สามารถทำได้ไม่ว่ากัน

สำหรับรูปแบบธุรกิจแบบบริษัท ก็มีขั้นตอนยุ่งยากนิดหน่อย ก็คือต้องมีการเรียกประชุมกันของผู้ก่อการ เพื่อตกลงและอนุมัติการจัดตั้งบริษัท (เริ่มงงตั้งแต่แรกเลย)

ลักษณะของบริษัทจำกัด มีลักษณะเป็นดังนี้

  1. มีผู้ก่อการและผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
  2. บริษัทจำกัดจะแบ่งทุนออกเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กัน
  3. มูลค่าหุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท
  4. ผู้ถือหุ้นจะรับผิดจำกัดในหนี้ของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินตามมูลค่าหุ้นที่ตนถืออยู่ และยังส่งใช้ไม่ครบตามจำนวนเงินเท่านั้น
  5. ต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นนิติบุคคล

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท

  1. เตรียมชื่อจดทะเบียน เตรียมชื่อจดทะเบียนสำหรับตั้งบริษัท ไว้ประมาณ 3 ชื่อ เพื่อยื่นขอตรวจสอบเพื่อไม่ให้ซ้ำกันกับห้าง บริษัท หรือนิติบุคคลอื่นๆ
  2. จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ โดยมีผู้ก่อการลงลายมือชื่อ เมื่อชื่อที่ได้จองไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและตอบรับว่า ไม่คล้ายหรือซ้ำกับนิติบุคคลอื่น อนุมัติให้ใช้ชื่อที่จองได้ ผู้ริเริ่มก่อตั้งบริษัทหรือที่เรียกว่า “ผู้เริ่มก่อการ” ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป ต้องร่วมกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ลงลายมือชื่อผู้ก่อการทุกคน
  3. ประชุมจัดตั้งบริษัทจำกัด เมื่อผู้เริ่มก่อการจัดทำหนังสือบริคณห์เรียบร้อยแล้ว และได้มีการจองซื้อหุ้นทั้งหมดตามทุนจดทะเบียนครบตามจำนวน ให้ผู้ริเริ่มก่อการนัดผู้จองซื้อหุ้นทุกคนประชุมจัดตั้งบริษัทบริษัทฯ ในวันเดียวก็ได้ เช่น เช้า ทำหนังสือบริคณห์สนธิ บ่าย ประชุมตั้งบริษัท เป็นต้น การประชุม เพื่อทำความตกลงในเรื่องต่างๆ เช่น ตั้งข้อบังคับบริษัทให้สัตยาบันหรืออนุมัติค่าใช้จ่ายที่ผู้เริ่มก่อการได้ทำหรือออกไปแล้ว กำหนดจำนวนและสภาพของหุ้นบุริมสิทธิ์ (ถ้ามี) กำหนดจำนวนหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่จะออกทดแทนการลงทุนด้วยอย่างอื่นนอกจากเงิน เลือกแต่งตั้งกรรมการและกำหนดผู้ที่จะมีอำนาจกระทำการลงชื่อแทนบริษัท,แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดเงินค่าจ้างต่างๆ เป็นต้น – จากนั้นผู้เริ่มก่อการมอบกิจการงานทั้งหมดให้คณะกรรมการบริษัท -คณะกรรมการต้องเรียกเก็บเงินค่าหุ้น โดยจะเรียกครั้งเดียวเต็มมูลค่าหรือเรียกเก็บครั้งแรกไม่น้อยกว่าหุ้นละ 25% ก็ได้ กรรมการบริษัทผู้ที่มีอำนาจจากการแต่งตั้งนำความนี้ไปจดทะเบียนจัดบริษัท หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปกระทำแทนก็ได้
  4. ผลการจดทะเบียนเมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็จะได้รับเอกสาร หนังสือสำคัญการจดทะเบียน หนังสือรับรอง หนังสือบริคณห์สนธิ และต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป

การเตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อจัดตั้งบริษัท

  1. ชื่อบริษัท 3 ชื่อ
  2. วัตถุประสงค์ของกิจการ
  3. ทุนจดทะเบียนบริษัท,แบ่งออกเป็นกี่หุ้น หุ้นละกี่บาท และชำระค่าหุ้นระยะแรก กี่บาท
  4. หุ้นส่วนมีทุกหมดกี่คน แต่ละคนถือหุ้นคนละเท่าไหร
  5. กรรมการมีกี่คน อำนาจกรรมการเซ็นแบบไหน เช่น เซ็นร่วมกันสองคน
  6. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ประกอบการ บ้านเลขที่ หมู่ที่ ถนน
  7. รูปแบบตรายาง
  8. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเฉพาะกรรมการ 6 ชุด
  9. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านผู้ถือหุ้นคนอื่น คนละ 1 ชุด
  10. แผนที่ ชื่อผู้ติดต่อได้ เบอร์โทรศัพท์

เมื่อเปิดบริษัทเป็นของตนเองเรียบร้อยแล้ว การขายสินค้าของคุณจะกว้างขึ้นมากมายเลยทีเดียว เมื่อมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวแล้ว อย่ายึดติดกับเงินเดือนนะครับ ทิ้งมันซะแล้วคุณจะมีอิสระภาพทางการเงินอย่างที่ฝันไว้ แต่ ! ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณยังไม่พร้อม อย่าคิดลาออกจากงานประจำโดยเด็ดขาด ถึงแม้คุณจะมีบริษัทเป็นของตนเองก็ตาม เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน…

ฟังดูแล้วยุ่งยากจัง เอางี้ลองถามเพื่อนผมคนนี้ดู http://k-account.co.th บอกว่าคุณไพรแนะนำมา ทุกอย่างจบ จบ ป่ะ…

ยังไม่มีคอมเมนท์

แสดงความคิดเห็น