ThaiRiches.com | 7 ความผิดพลาดของการเลือกสินค้า
1115
post-template-default,single,single-post,postid-1115,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
 

7 ความผิดพลาดของการเลือกสินค้า

7 ความผิดพลาดของการเลือกสินค้า

พูดถึงเรื่องการหาสินค้าที่ไรผมจะชอบมากเพราะผมมีเทคนิคมากมายที่จะทำให้มีสินค้ามาขาย แต่เชื่อมั้ยครับว่าตรงกันข้ามกับหลายท่านที่ยังมองรูปแบบของการคิดหาสินค้าไม่ออก จนเกิดคำถามอยู่ในหัวเราทุกวันว่าเราจะขายอะไรดี อันนั้นก็ไม่ดี อันนู้นก็ไม่ได้ จนเป็นเหตุให้ท่านมาเจอบทความนี้และกำลังอ่านอยู่นี่ไงครับ

แต่ลึกๆแล้วผมว่าทุกคนมีเทคนิคในการหาสินค้าของตัวเองอยู่แล้ว และมีไม่กี่เหตุผลหรอกครับที่ทำให้เราไม่สามารถเริ่มธุรกิจซื้อมาขายไปซะที ผมจึงอยากจะนำเสนอสิ่งเหล่านั้นโดยคิดว่าเมื่อพวกเราเข้าใจข้อผิดพลาดเหล่านี้แล้วก็น่าจะเห็นแนวทางในการหาสินค้ามาขายกัน และได้ลาออกจากงานประจำ ลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนซะทีนะครับ

7  ความผิดพลาดของการหาสินค้ามาขาย

  1. สินค้าที่เราตั้งใจจะขายมีคู่แข่งเยอะเกินไป ข้อนี้น่าจะเป็นข้อแรกเลยนะครับที่เราตัดสินใจเลิกขายสินค้าที่เราตั้งใจไว้ ซึ่งถ้ามองกันให้ดีแล้วมันก็ถูกต้องแล้วครับ สินค้าที่ขายได้ก็ต้องมีคู่แข่งเยอะเป็นธรรมดา ถ้าเราหาสินค้าใหม่ไปเรื่อยๆยังไงก็วนมาที่เดิมนี่แหละครับ สำหรับข้อแนะนำในการแก้ปัญหานี้ผมมีวิธีการง่ายๆครับ จะของยกตัวอย่างก็แล้วกัน สมมุติว่าผมกำลังจะขายยาสีฟัน ผมก็ลองไปเดินดูตามห้างจะเห็นว่ามีคู่แข่งเยอะมาก แต่ถ้าเรามองให้ลึกในรายละเอียด ผมจะสังเกตเห็นว่ามียาสีฟันสำหรับคนสูบบุหรี่ด้วยและสินค้ากลุ่มนี้มีผู้ขายอยู่แค่เจ้าเดียวเท่านั้น เห็นมั้ยครับว่าเรายังมีช่องทางในการค้าขายอีกมากเพียงแต่เราต้องมองลึกไปอีก อย่าทิ้งซะก่อนก็เท่านั้นเองครับ
  2. สินค้าไม่ค่อยมีใครขายเลยไม่น่าจะขายได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดจะคล้ายกับข้อแรกแต่ต่างกันเรื่องของจำนวนของคู่แข่งและลูกค้า ผมไม่อยากให้คิดอย่างนั้นเลยครับจนกว่าเราจะมั่นใจว่าสินค้านั้นไม่มีลูกค้าจริงๆยกตัวอย่างเช่น ผมอยากจะขายกางเกงในแปลกๆ ลายแปลกๆ ที่หาไม่ได้ตามร้านขายกางเกงใน ถ้าผมคิดไปว่าใครจะกล้าซื้อ หรือคิดไปว่าลูกค้าน้อยเกินไปขายไม่ได้หรอก ผมก็จะพับสินค้านี้เข้าหิ้งไป ธุรกิจก็เลยไม่ได้เริ่มอีกแล้ว อย่าคิดย่างนั้นครับจนกว่าเราจะได้ลงมือทำและยืนยันด้วยข้อมูลจริงๆว่าไม่มีลูกค้า ค่อยไปหาสินค้าตัวใหม่อย่างน้อยๆเราก็ได้ลงมือทำครับ
  3. สินค้ากลุ่มนี้ต้องแบรนด์เนมเท่านั้น นี่ก็เป็นอีกข้อที่เราคิดแทนลูกค้า คิดว่าทุกคนจะต้องใช้แบรนด์เนม ถ้าเราคิดอย่างนั้นจะทำให้เราไม่ได้ขายอะไรเลยอย่างแน่นอน ให้คิดว่าทำโรงเกลือถึงขายของกันได้ ยังจะแม่สายอีก คลองถมด้วย ยกตัวอย่างก็ได้ ก่อนหน้านี้ถ้าผมจะขาย tablet แล้วคิดไปว่าใครจะใช้ของจีน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างแน่นอนเพราะตอนนี้ไม่มีใครสนเรื่องแบรนด์แล้วพูดถึงแต่ tablet จีนกันทั้งบ้านทั้งเมือง
  4. สินค้าที่ทำกำไรส่วนใหญ่เป็นสินค้าราคาแพงทั้งนั้น แน่นอนครับเมื่อเจอข้อนี้เข้าไปเราม้วนเสื่อกลับบ้านอย่างเดียวแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งเลย อย่าคิดแบบนี้ครับ ถ้าเราชอบและอยากขายสินค้าที่มีราคาแพงจริงๆให้พยายามคิดต่อไปอีกหน่อยครับ ว่าเราสามารถจับเสือมือเปล่าได้มั้ย (ผมทำบ่อยมาก) ยกตัวอย่างก็ได้ครับผมขายข้าวโพดราคาเป็นแสนด้วการจับเสือมือเปล่า ถ้าผมท้อไปก่อนก็คงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี
  5. สินค้าราคาถูกทำกำไรได้น้อย คิดแบบนี้ก็เหมือนเดิมครับไม่ได้เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แน่ๆ สินค้าถึงจะราคาถูกแต่เรารู้จักขายมันก็สร้างกำไรได้เหมือนกันครับ ยกตัวอย่างนะครับ ผมขายสินค้าตัวนึงราคา 20 บาทต่อชิ้นต้นทุนอยู่ที่ 18 บาทกำไร 2 บาทเอง ไม่เอาเลิกขายดีกว่า ผิดครับผมสามารถขายได้เป็นหมื่นชิ้นต่อเดือน เพราะผมขายส่ง เห็นมั้ยครับอย่างหยุดที่ความคิดแรกให้คิดต่อมันจะไปรอดครับ
  6. สินค้าที่จะขายต้องมาจากจีนเท่านั้น หลายคนนั่งจนตีหนึ่งตีสองเข้าเว็บ alibaba เพื่อดูสินค้า ถ้าโชคดีก็ได้ไอเดียเอาสินค้ามาขาย แต่เชื่อมั้ยครับเสียเวลาฟรีๆอย่างแน่นอน เพราะสินค้าไม่ได้อยู่ที่ alibaba สินค้ามันอยู่ในหัวของเราคิดมันออกมาแล้วค่อยไปหาจะได้ไม่เสียเวลา ข้อนี้ไมมีตัวอย่าง จะมีก็แค่ก่อนหน้านี้ผมก็ทำแบบนี้มันเสียเวลามากครับ และอีกอย่างคือสินค้าในไทยเราก็สามารถขายได้ครับทำกำไรได้เหมือนกัน
  7. สินค้าที่เราไม่รู้จักขายลำบาก ผมเคยคิดแบบนี้กับสินค้าทุกตัวครับ แต่ผมใช้เวลาเพื่อเรียนรู้แต่ละสินค้า ไม่นานผมก็ขายได้และแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดที่ผมหาก็คือจากคู่แข่งนี่แหละครับ แค่โทรไปคุยกับเค้าหน่อยง่ายจะตาย

ครับทีนี้เราก็พอจะรู้แล้วนะครับว่าทำไมเราไม่ได้ทำอะไรซะที อ่านจบแล้วชอบใจกรุณากด like ด้วยนะครับเพื่อเป็นกำลังใจให้กันซักเล็กน้อย ไม่เข้าใจตรงไหนให้โพสถามที่นี้นะครับ ส่งไปที่เมล์บางครั้งจะลืมตอบและเพื่อนๆจะได้รู้ด้วยครับ

10 คอมเมนท์
  • keang
    เวลาโพส 21:20h, 08 มีนาคม ตอบกลับ

    ตอบถูกทุกข้อเลยครับ คุณไพร ทำไมทายใจผมถูกอย่างนี้ และผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็เป็นแบบผมเหมือนกัน ก็เลยไม่เริ่มขายของกับเค้าซะที แล้วเมื่อไรจะได้ลาจากการเป็น salary man ซักทีเรา

  • นายตู่
    เวลาโพส 23:54h, 08 มีนาคม ตอบกลับ

    สุดยอดเคล็ดวิชาเลยครับ คุณไพร สำคัญที่เราต้องรู้จักนำเทคนิคเหล่านี้ไปประยุกต์ ให้เข้ากับการทำงานของเรา หาทางของเราให้เจอ เทคนิคของผม สินค้าทุกอย่างเราสามารถขายได้ครับ ถ้าเราเปิดใจที่จะศึกษามัน

  • wit
    เวลาโพส 15:24h, 11 มีนาคม ตอบกลับ

    เป็นบทความที่ดีมากๆ ครับ
    ได้ความรู้และกำลังใจเพิ่มเลย

  • มงคล
    เวลาโพส 09:00h, 25 มิถุนายน ตอบกลับ

    เยี่ยมครับ ขอบคุณมากเลยกับบทความดี ๆ

  • pom
    เวลาโพส 13:09h, 25 มิถุนายน ตอบกลับ

    เยี่ยมครับ

  • Manny
    เวลาโพส 19:25h, 29 สิงหาคม ตอบกลับ

    ถ้าสินค้าจากจีนมาถึงลูกค้าช้า จะเสียลูกค้าไหมครับ

  • อ๊อด
    เวลาโพส 18:45h, 05 ธันวาคม ตอบกลับ

    บทความนี้โดนครับ ^^ ขอบคุณครับ

  • zerow
    เวลาโพส 17:14h, 22 มีนาคม ตอบกลับ

    บทความอ่านง่ายดีครับ ได้ไอเดียเอาไปลองใช้ ขอบคุณครับ

    • Mr.Prai Boonnok
      เวลาโพส 09:46h, 25 มีนาคม ตอบกลับ

      ขอบคุณมากครับ

  • pani
    เวลาโพส 14:50h, 12 พฤษภาคม ตอบกลับ

    สุดยอดมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

แสดงความคิดเห็น