ThaiRiches.com | ส่งออกสินค้าอะไรไปพม่าดีนะ ตอนที่ 02
4331
post-template-default,single,single-post,postid-4331,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,no_animation_on_touch,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
 

ส่งออกสินค้าอะไรไปพม่าดีนะ ตอนที่ 02

ส่งออกสินค้าอะไรไปพม่าดีนะ ตอนที่ 02

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 เมียนมาร์ ได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์” หรือภาษาอังกฤษจากเดิม The Union of Myanmar เปลี่ยนเป็น The Republic of the Union of Myanmar คุณอาจจะไม่อยากรู้หรอกว่า ทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับจีน ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับลาว และไทย ทิศตะวันตกติดกับอินเดีย และบังกลาเทศ ทิศใต้ติดกับทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล มีพื้นที่ 678,500 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 1.3 เท่าของไทย แต่ผมบอกไปแล้ว อ้อ…มีประชากรกว่า  48 ล้านคน

นี่เป็นข้อมูลเบื้องต้นถ้าคุณอยากรู้เพิ่มเติมก็ Google เอานะครับ บทความวันนี้เรายังเป็น Series พม่า ผมไม่ได้รู้จักกับชาวพม่าเป็นการส่วนตัวนะครับ หลัก ๆ ก็เรียนรู้วัฒนธรรมจากหนังของท่านมุ้ย และก็มีบ้างที่หาซื้อของถูก ๆ แถวแม่สายแล้วก็โดนยัดไวอากร้าใส่มือ ที่พอจะรู้จักกับพวกเขาก็เพียงเท่านี้

ภาพรวมการค้าชายแดน ไทย – พม่า

การค้าชายแดนภาคเหนือ – พม่า มีจุดทำการค้ารวมทั้งสิ้น 16 จุด กระทำผ่านด่านศุลกากรในภาคเหนือรวม 6 แห่ง ใน 4 จังหวัด คือ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย แต่ที่สำคัญมีเพียง 2 แห่ง คือด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย และด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก ในปี 2552 มูลค่าผ่านด่านศุลกากรทั้ง 6 แห่ง รวม 33,096.9 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าส่งออก 31,379.1 ล้านบาท และมูลค่านำเข้า 1,717.8 ล้านบาท สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าอุปโภคและบริโภค สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าผลิตภัณฑ์โลหะ สินค้าสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ สินค้าอัญมณี สินค้าเกษตรและของป่า นอกจากนี้ การค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับพม่ามิใช่เป็นการค้าขายแลกเปลี่ยนเพื่อการยังชีพซึ่งกระทำในพื้นที่พรมแดนติดต่อกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำสินค้าสู่เมืองสำคัญของพม่าหรือส่งผ่านต่อไปยังประเทศอื่นต่อไป

วิธีการค้า

  1. การค้าปกติ (Normal Trade) เป็นการติดต่อทำธุรกิจค้าขายโดยการทำสัญญาซื้อขาย และการเปิด L/C ตามปกติ
  2. การค้าต่างตอบแทน (Counter Trade) วิธีการนี้สามารถทำได้ 2 แบบ คือ การค้าระหว่างบริษัทต่างชาติกับบริษัทเอกชนของพม่า โดยผู้ส่งออกต่างชาติจะต้องนำเข้าสินค้าจากพม่าด้วยมูลค่าเท่ากับการส่งออก ซึ่งการชำระเงินจะผ่านระบบ L/C ส่วนอีกวิธีหนึ่ง คือการค้าระหว่างบริษัทเอกชนต่างชาติกับรัฐวิสาหกิจของพม่า ซึ่งการซื้อขายไม่ต้องเปิด L/C ให้ชำระค่าสินค้าผ่านธนาคารกลางแห่งประเทศพม่า
  3. การค้าแบบขายฝาก (Sales on Consignment basis) บริษัทต่างชาติสามารถส่งสินค้าของตนให้กับเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจของพม่าเพื่อการฝากขาย ซึ่งการซื้อขายจะใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ หรือเงินสกุลจ๊าดของพม่า
  4. การค้าแบบนำเข้าก่อนส่งออกหลัง (Import First and Export Later System) บริษัทต่างชาติส่งสินค้าเข้ามาขายในพม่าก่อน แล้วบริษัทผู้นำเข้าสินค้าของพม่าจึงจะส่งสินค้าจากพม่าออกไปขายให้บริษัทต่างชาติ โดยมีมูลค่าเท่ากับมูลค่าการนำเข้าสินค้า CIF บวกอีกร้อยละ 10

อุปสรรคทางการค้า

การเปิด L/C เพื่อนำเข้าสินค้ามาขายในพม่า ต้องเป็นเงินที่ได้จากการส่งออกเท่านั้นและมีการกำหนดเพดานการนำเข้า ไม่เกินปีละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบริษัท ปัญหาการเรียกเก็บเบี้ยใบ้รายทางเป็นจำนวนมากจากรถบรรทุกสินค้า ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่การขนส่งสินค้าจากชายแดน เข้าไปยังกรุงย่างกุ้งทำให้สินค้าไทยมีต้นทุนสูง และปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการสู้รบระหว่างรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อย ทำให้ไม่มีความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทยกับพม่า

ดู ๆ แล้วการค้ากับพม่านี่ค่อนข้างหินเหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างจัดการได้ เพราะเรามีมืออาชีพในทุกบริการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นธนาคารของไทยที่กำลังขยายตัว โลจิสติกสัญชาติไทยที่สามารถจัดการสินค้าแทนเราได้ แล้วมาดูกันว่าการส่งออกสินค้าไปพม่าแบบจับเสือมือเปล่าจะมีอะไรอีกบ้าง

สินค้าต้องห้าม

ก่อนหน้านี้พม่าห้ามนำเข้าสินค้า 15 ชนิด ได้แก่ ผงชูรส, เครื่องดื่ม(Soft drink), ขนมปังกรอบ, อาหารและผลไม้กระป๋อง, เส้นหมี่และบะหมี่สำเร็จรูปทุกชนิด,หมากฝรั่ง, ขนมเค๊ก, ขนมเวเฟอร์, ช็อกโกแล็ต, เหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เบียร์, บุหรี่, ผลไม้สดทุกชนิด, ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับใช้ในครัวเรือนและใช้ส่วนตัวทุกชนิดและสินค้าที่ควบคุมการนำเข้าโดยกฎหมายที่มีอยู่แล้ว แต่ได้มีการประกาศยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว  สบายใจจริง ๆ

 

ยังไม่มีคอมเมนท์

แสดงความคิดเห็น