ThaiRiches.com | คิว – ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 4
2282
post-template-default,single,single-post,postid-2282,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
 

คิว – ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 4

คิว – ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 4

เรื่องการลาออก ไปไวเหมือนไฟลามทุ่ง เพราะบริษัทมีพนักงานแค่ไม่กี่คน ไม่ถึงครึ่งวันผู้จัดการทั่วไปเรียกผมไปคุยในห้อง พร้อมยื่นข้อเสนอขึ้นเงินเดือนต่างๆนาๆมากมายให้ (ทำไมไม่ขึ้นแต่แรกวะ) และผมตัดสินใจแจ้งเรื่องลาออกในนาทีนั้นเลย พร้อมยกเหตผลร้อยแปดที่จะทำให้เราเปนคนดีมีเหตผลจำเปนที่ต้องละทิ้งหน้าที่การงานนี้ไป (ซึ่งมุสาเปนส่วนใหญ่)

หลังจากดราม่าในห้องผู้จัดการเปนที่เรียบร้อย ผมเดินออกมาด้วยใจที่หมดห่วง ประหนึ่งคนที่พร้อมจะลาโลกนี้ไป ภูเขาทั้งลูกถูกยกออก นับจากวินาทีนั้น
ผมเดินอยู่ในบริษัทด้วยความรู้สึกที่ราวกับว่าตัวเองเปนผู้ชนะ มีออร่าบางๆห่อหุ้ม ไม่สามารถมีใครทำอันตรายกับเราได้ เวลาทั้ง 12 วันถูกใช้ไปกับการ
เล่น Camfrog Hi5 รวมถึงนั่งตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องผลตอบแทนของบริษัทเครื่องปรุงรสในpantip (และเคลียร์งานที่ค้างๆบ้างบางส่วน)

แผนการหลบหนี แหกคุกจากบริษัทนี้ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ถูกเอามาเมาส์กันอย่างสนุกสนานในกลุ่มเพื่อนสนิท การเลี้ยงสังสรรค์เกิดขึ้นไม่เว้นวัน

12 วันผ่านไปแบบที่ ต้องนั่งทนฟังคำติฉินนินทาจากแผนกอื่นๆในทางเสียๆหายๆ ในขณะที่ลูกพี่ผมก็ยังคงทำงานตามปกติ พี่เอกบอกว่า “พวกมันก็แค่ อิจฉา อย่าไปสนใจเลย”

สองอาทิตย์ต่อมาการทำงานที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างจบลง ที่นี่อาจจะไม่ได้ให้ค่าตอบแทนที่สูงมากมาย แต่พอตั้งใจมองดีๆแล้วผมได้รับความรู้และประสบการณ์และมิตรภาพมากมายจากที่นี่(ศัตรูก้อใช่น้อย)
รวมถึงที่ผมได้งานที่โรงงานเครื่องปรุงรส ก็เป็นเพราะความรู้ที่ผมได้รับจากบริษัทนี้ และนี่คือการพลิกบทบาทครั้งสำคัญอีกครั้ง กับอาชีพที่สี่ของผม

“วิศวกรโรงงาน” เงินเดือน18,500 บาท

ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในโรงงาน ผมสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของบริษัทระดับโลก ด้วยพื้นที่กว่า 100ไร่ (กะเอาอ่ะนะ) มีสนามบาส สนามบอล โรงยิมในโรงงาน ผมพูดกับตัวเองเลยว่า
“ผมจะทำงานที่นี่ไปจนตาย”

งานที่นี่ไปได้สวย ทุกอย่างเป็นระบบมาก เงินเดือนขึ้นตามผลงาน ปีแรกผมปิดงานที่คนเก่าทิ้งไว้ได้อย่างสวยงามทำงานครบ1ปี

เงินเดือนผมกลายเป็น 21,650 บาท (ไม่รวมโอที)

รายได้ต่อเดือนผมเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โรงงานมีสวัสดิที่ดีมาก รถรับส่งจากแถวบ้าน ข้าวโรงงานจานละไม่ถึง20 บาท รายรับเพิ่มขึ้นแต่รายจ่ายลดลง ฟินสิครับทีนี้!!!!

ผมตัดสินใจพาแฟนย้ายออกจากห้องเก่าทันที มาอยู่แมนชั่นระดับปานกลางแบบดีหน่อย มีโต๊ะ ตู้ เตียง แอร์(ไม่ค่อยได้เปิด) ในราคาเดือนละ 5,000 บาท สิ้นเปลืองใหม?ถ้าผมอยู่คนเดียวผมคงคิดแบบนั้น
แต่ผมอยากทำหน้าที่ของผู้ชายคนนึงให้ดีที่สุด อยากให้เค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าการปูกฟูกนอนดูพัดลมติดเพดาน

เข้าสู่ปีที่2 งานยังคงไปได้สวย แต่จุดเปลี่ยนมันดันเกิดขึ้นจากการที่ผมดันไปมีความคิดขัดแย้งกับรุ่นพี่คนนึงที่เปนคนเก่าคนแก่ที่ทำงานมากว่า 20 ปีนี่สิ พี่แกจบไม่สูง ทำงานใต่เต้ามาจนถึงตำแหน่งซูเปอร์ไวเซอร์
แน่นอนครับหลับตาคลำเค้าก้อรู้แล้วว่าวาล์วตัวไหนอยู่ตรงไหน ในขณะที่ผมมีทฤษฎีกับประสบการ์ณทำงานแค่ 5 ปี แต่ผมเองก้อเชื่อมั่นว่าความคิดผมนี่แหละที่”ถูก” เกิดเป็นการโต้แย้งเรื่องงานขั้นรุนแรง
จนลามปามมาเป็นปัญหาส่วนตัว ผมโดนสกัดดาวรุ่งทุกวิถีทาง ทั้งบอยคอร์ท ไม่ส่งเมล์ชวนเข้าร่วมประชุม(ทั้งที่เปนงานที่ผมรับผิดชอบ) หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อำนาจเค้าจะสามารถทำได้

…ท่าทางผมจะได้ตายไวกว่าที่คิดแฮะ

ยังไม่มีคอมเมนท์

แสดงความคิดเห็น