ThaiRiches.com | คิว – ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 3
2280
post-template-default,single,single-post,postid-2280,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
 

คิว – ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 3

คิว – ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 3

ช่วงสายของอีกวันทำงานที่ไม่ได้มีความพิเศษอะไร โทรศัพท์ของผมดังอีกครั้งเนื้อความว่า”สวัสดีค่ะ คุณธีระฑัต” พี่หน่อยจากบริษัทเครื่องปรุงรสนะค่ะ(จริงๆเค้าพูดชื่อบริษัทน่ะแหละ) พี่จะขอเรียนแจ้งว่า คุณได้งานในตำแหน่งวิศวกรสิ่งแวดล้อมดูแลในส่วนของระบบน้ำ ค่าตอบแทนเดือนละ 18,500 บาท ทำงาน จันทร์-ศุกร์ (ข้อความหลังจากนั้นไม่ได้ยินแล้ว กำลังอึ้ง 555 แต่จับใจความได้ว่าพี่เค้าให้ไปตรวจโรค ถ้าผ่านก็เริ่มงานเดือนหน้าเลย ผมดีใจเป็นลิงโลดอยูในใจ วันน้ันผมทำงานไม่รู้เรื่อง นั่งยิ้มอยู่คนเดียว นั่งเปิดอินเตอร์เนตเช็คประวัติบริษัท ชื่อผู้ก่อตั้ง รายนามผู้บริหาร จะได้เลียถูกคน 555+ (และไม่ลืมที่จะตั้งสเตตั๊ดบ้าบอใน Hi5)

กลับมาถึงบ้าน ก้อเดินเข้าLotus พุ่งไปที่ชั้นวางสินค้าดูส่วนประกอบของเครื่องปรุงรสยี่ห้อนี้ว่าผลิตจากอะไร(เพื่ออะไรวะ555) และผม “ลาป่วย” อีกครั้ง (แค่ก แค่ก แค่ก)

ครั้งนี้ดูเป็นการ”ลาป่วย”ที่สมจริงที่สุดแล้ว เพราะผมมาถึงโรงพยาบาลบางปะกอกเก้าอินเตอร์เลย เพื่อเข้ารับการตรวจโรค 9 ด่านมหาโหด ต้องอดข้าวอดน้ำตั้งแต่เมื่อคืน
ผมจำไม่ไดว่ามีอะไรบ้าง แต่จำได้ลางๆว่าด่านทดสอบพลังปอดนี่เล่นเอาเกือบสอบตกไปเหมือนกัน การตรวจโรคใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ทำให้ผมสามารถเนียนกลับไปทำงานได้สินะ อิอิ
ผมกลับมานั่งทำงานด้วยหน้าตาอิดโรยที่เฟคมาอย่างดี เพื่อนร่วมงานหลายๆคนเข้ามาถามไถ่อาการก้อไอแค่ก แค่ก ใส่

“ไปไหนมาวะ” พี่สิทธิ์ รุ่นพี่คนนึงถามผม “ไปโรง’บาลมาครับพี่” ผมตอบพร้อมหน้าตาอิดโรย (แค่ก แค่ก)

“งั้นก้อแปลว่าผ่านแล้วดิวะ ดีใจด้วย”

“ครับ…….เฮ้ยยยยย”

ความลับไม่มีในบริษัทจำกัด เรื่องของผมถูกเมาส์มอยตั้งแต่วันที่”ลาป่วย”ครั้งแรก และแน่นอนทุกคน”รู้”เรื่องที่ผมไปสัมพาดงานกันหมดแล้ว (แล้วกรูจะลงทุนแอคติ้งทำไมเนี่ย … แค่ก แค่ก)

ผ่านไปเพียงสองวันผมได้รับโทรศัพท์จากพี่หน่อยคนเดิม แจ้งว่าผลตรวจโรคถูกส่งไปถึงพี่แกแล้ว ต้นเดือนหน้าเข้ามาเริ่มงานได้เลย ซึ่งมันเป็นเวลาแค่ 12 วัน

อย่างที่บอกผมทำทั้งหมดนี้อย่างเป็นความลับ(มั้งนะ) ถึงผมจะเชื่อว่าเกือบทุกคนจะรู้เรื่องราวความสำเร็จในชีวิตครั้งนี้ของผมแล้ว(ว่าไปนั่น) แต่ผมก้อไม่เคยประกาศออกสืออย่างเปนทางการ แต่ก็…ถึงเวลาที่ต้องบอกครับ ปกติการลาออกต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยเดือนนึงตามสัญญา ไหนจะกองงานออกแบบที่สุมค้างอยู่บนโต๊ะ ที่นับวันมีแต่มากขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าจะยุบลงแต่นี่มีวลาแค่12วัน แล้วถ้าผิดสัญญาล่ะ … อ๋อผมจะไม่ได้รับเงินสมทบสำรองเลี้ยงชีพ ประมาณหมื่นกว่าบาทสำหรับผมตอนนั้นถือเป็นเงินที่เยอะพอสมควร แอบเสียดายเล็กๆ … อันที่จิงลังเลเลยแหละ

ผมเริ่มต้นสารภาพบาปจากลูกพี่ผู้มีพระคุณของผมที่ช่วยชีวิตผมไว้ เมื่อครั้งที่ช่วยไม่ให้ผมต้องลาออก

“พี่เอกครับ เดือนหน้าผมไม่อยู่แล้วนะพี่”

พูดไปแล้วความรู้สึกผิดก้อถาโถมเข้ามาเหมือนเราไปยืนเยี่ยวรดหน้าบ้านพี่แกและคิดว่าพี่แกคงจะโกรธไม่น้อย

ไอ้เหี้ย ไอ้ทรยศ กรูอุตสาห์สอนเมิงมานะ แล้วงานเมิงใครจะเอาไปทำ เมิงนี่แม่ง …. สารพัดคำด่าที่พี่เอกในจิตนาการของผมด่าผม

… แต่เปล่า แกมองผมแบบยิ้มกวนๆ แล้วพูดสั้นๆว่า
“ได้ที่ดีกว่า ก็ไปเถอะเมิง”

ผมน้ำตาร่วงแบบเก็บอาการไว้ไม่อยู่กลางออฟฟิทช่วงเที่ยง

ยังไม่มีคอมเมนท์

แสดงความคิดเห็น