ThaiRiches.com | ขายสินค้าออนไลน์เดือนละล้าน – วันที่ 3/365
2351
post-template-default,single,single-post,postid-2351,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
 

ขายสินค้าออนไลน์เดือนละล้าน – วันที่ 3/365

ขายสินค้าออนไลน์เดือนละล้าน – วันที่ 3/365

“กูจะรวยแล้ว” บอกตัวเองก่อน วันนี้เป็นอีกวันที่ผมใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที นั่นคือการสร้างรายได้เดือนละ  1,000,000 บาท ด้วยการกระทำที่เหนือขีดจำกัดนั่นคือ ลงทุนใหน้อยที่สุด ใช้เครื่องมือและสมองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่มีฤทธิ์ของแอลกอฮอเข้ามาเกี่ยวข้อง

เมื่อเดือนก่อนผมเห็นหนังสือเกี่ยวกับ การสร้างรายได้จาก อสังหาริมทรัพย์ หลายเล่ม ที่ขายดีเพราะมีคำว่า “ไม่ต้องลงทุนซักบาทเดียว” มันช่างเป็นคำที่ไพเราะเหลือเกิน ไม่รอช้าจัดมา เพื่อต้องการเพียงสิ่งเดียวนั่นคือ “ไม่ต้องลงทุน” แล้วจะรวยได้จริงมั้ย แต่นั่นมันไม่ใช่เรื่องที่ถนัดสำหรับผมเลย ผมชอบที่จะอยู่กับบ้านเลี้ยงลูกมากกว่าไปเดินหา ตึกแถว หรือ อพาร์ทเม้นท์ ถ้าผมชอบคุณคงไม่ได้อ่านบทความที่พิลึกและท้าทายกฏธรรมชาติแบบนี้หรอก แต่ผมนำมันมาประยุกต์ใช้ได้

บ่นอะไร? ไร้สาระ…ต้องขออภัย วันนี้วันที่ 3 วันดี ผมมีเวลาน้อยแต่ต้องใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ในวันที่สอง “ขายสินค้าออนไลน์เดือนละล้าน – วันที่ 2/365” ถ้าคุณยังไม่เสร็จกรุณาทำให้เสร็จก่อน อย่าพยามเลือกสินค้าเยอะ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่ สุดท้ายเราก็จะขายทุกอย่างที่เป็นสินค้าขายดีเหมือนเดิม (Best Seller Products)

ตอนไปเลือกซื้อเสื้อที่ตลาดนัดพระประแดง (เคยอยู่แถวนั้น) ผมเห็นเสื้อตัวนึงออกแบบได้แย่มาก คนขายยังจะเอามาโชว์อีก นึกในใจมันจะขายได้ไงวะ ไอ้ตัวนี้แหละคือ อคติ ในสายตาเรา กับสายตาคนอื่น มันต่างกัน มองคนละด้าน ถ้าไม่คิดต่อว่าทำไมหล่ะ ทำไมถึงเอามาโชว์ คงไม่ขายอะไรกันพอดีปีนี้ ไม่สิ ชาตินี้ต่างหาก เพราะสินค้าแต่ละชิ้นมันมีกระบวนการ มีนักออกแบบ มีการประชุมอย่างดี ไม่ใช่ทำกันเล่นแล้วมาขาย

มีคนถามผมว่า ขายบ้านตู้คอนเทนเนอร์ ได้ไงมันหนักนะ ขายขี้วัว ไม่เหม็นเหรอ และอีกสาระพัด ล้วนเป็นคำถามที่ตัดรอนกำลังใจ ถ้าต่อไปในอนาคตคุณมีคำถามเกี่ยวกับการจัดการสินค้าพวกนี้ ให้ถามตัวเองกลับในใจว่า “แล้วคนอื่นเขาขายได้ไง?” ไปหาคำตอบซะ แต่ก็ยังมีคนพยายามจะถามผมให้ได้ งั้นผมจะบอกอีกเทคนิคที่ผมมักใช้ประจำคือ “ถามคู่แข่ง”…พี่ครับ ส่งยังไง? พี่มันเหม็นมั้ย? ถ้าคุณไม่ได้คำตอบ รบกวนอมอุจจาระสุนัข มาพ่นใส่หน้าผมได้เลย (ที่พูดนี่แน่ใจนะว่าไม่มีฤทธิ์ของแอลกอฮอ)

project-3-1-512x193

วันนี้ผมถ่ายทอดจิตนาการของผมลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีหลายวิธีที่จะทำให้เข้าใจได้ง่ายๆ ผมเลือกใช้  Mindjet Manager เป็นเครื่องมือในการเรียบเรียงความคิดได้เป็นอย่างดี เพื่อจะได้รู้ว่างานต่อไปนี้มีอะไรบ้าง จริงๆแล้วผมจะต้องใส่กำหนดเวลาลงไปด้วยเพื่อใ้ทันตามกำหนด แต่พอจะใส่เท่านั้นแหละ ความรู้สึกที่น่าขยะแขยงก็แผ่ไปทั่วร่างทันที มันเป็นความรู้สึกของการทำแผนงานเพื่อเสนอเจ้านาย ตอนที่ยังทำงานประจำอยู่ นี่เราลาออกมาตั้งนานแล้วนะ ไม่ใส่ใครจะทำไม ไอ้ระยะเวลาอะไรนี่…แต่ก็ต้องทำให้ถูกต้องก็เลยทดไว้ในใจก่อน เดี๋ยววันหลังความรู้สึกนี้หายไปแล้วค่อยมาใส่ก็ได้

แผนการแต่ละคนอาจเหมือนหรือต่างกันได้ แต่ถ้าคุณจะลองทำแบบผมก็จัดตามนี้เลยนะครับ

  • Research คือการเตรียมตัวรับเงินล้าน นั่นคือการค้นหาข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ ผมต้องรู้จักคู่แข่งให้มากที่สุด ตั้งแต่เว็บไซต์ การทำตลาด รวมถึงยอดขายด้วย ต่อไปเราค่อยมาวิเคราะห์สินค้าดูว่าตัวไหนน่าเอามาสู้ด้ว และตัวไหนควรปล่อยมันไปตามลม และสุดท้ายเราต้องหาคีย์เวิร์ด ไม่งั้นจะเรียกว่าขายของออนไลน์ได้ยังไงกัน
  • Website ผมมีสองทางเลือกคือทำเองหรือไม่ก็จ้างผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ของสนามรบ ในตัวเว็บไซต์ต้องมีระบบการรับชำระแบบไหนบ้าง และสุดท้ายคือระบบหลังร้านของเรา จะป้องการแฮ็ค หรือการกลั่นแกล้งจากพวกมิจฉาชีพอย่างไร
  • Marketing ผมตั้งใจว่าจะทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกด้วยเทคนิค SEO และยึดป้อมทั้งหมดด้วย Adwords และที่ขาดไม่ได้ Social นี่แหละ…
  • Logistic เป็นการเดินทางของสินค้าของผม จากผู้ผลิตจนถึงลูกค้า ทำอย่างไรจะรวดเร็ว และไม่เสียเวลาผมจนเกินไป

วันนี้เอาแค่หัวข้อก่อน เดี๋ยววันต่อไปเรามาลุยกัน ก่อนจากกัน อย่าลืมบอกตัวเองอีกครั้ง “ใครจะเป็นเศรษฐี ฉันละสิ ฉันละสิ”
นี่คือธุรกิจ อย่าพูดว่าทำเล่น ๆ หรือ ไม่ต้องทำก็ได้ขั้นตอนนี้ เพราะความยากจนเป็นสถานะที่คนทั้งโลกรังเกียจ คุณก็ไม่เว้น…สู้ ๆ

ยังไม่มีคอมเมนท์

แสดงความคิดเห็น